บล๊อกเชนสำหรับองค์กร : 10 กรณีใช้งานจริงและผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)

ในฐานะผู้ให้บริการด้านบล๊อกเชนสำหรับองค์กร การให้ข้อมูลและแสดงผลตอบแทนจากการลงทุนให้กับลูกค้าของเราได้นั้น เป็นเรื่องสำคัญ เรามาดูกันว่าเทคโนโลยีใหม่สามารถทำอะไรได้บ้างในขณะที่ซอฟต์แวร์ดั้งเดิมไม่สามารถทำได้ และองค์กรต่างๆ สามารถพัฒนาด้วยแพลตฟอร์มบล๊อกเชนของพวกเขาได้อย่างไร

ตัวเลขบางส่วนแน่นอนไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่เราพยายามรวบรวมตัวชี้วัดที่จับต้องได้ในโครงการที่แตกต่างหลากหลายทั้ง 10 โครงการที่มีอยู่ในปัจจุบันโดยการใช้บล๊อกเชน  บริษัท อะตาโต้ เราพัฒนาซอฟต์แวร์บนบล๊อกเชนสำหรับองค์กรเพื่อสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่รวมถึงปรับปรุงข้อมูลเดิมที่มีอยู่

ธุรกิจด้านการเงิน

1.ยูเนียนแบงค์ ใช้ระบบบล๊อกเชนขับเคลื่อนโดยใช้ ConsenSys  และ Kaleido ในการปรับปรุงระบบธนาคารในประเทศฟิลิปปินส์เพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้บริการ บล๊อกเชนช่วยลดค่าใช้จ่ายในการโอนเงินและทำให้ผู้คนจำนวนมากสามารถเข้าถึงบริการของธนาคารได้ด้วยต้นทุนเพียงเล็กน้อย 

  • บล๊อกเชนช่วยลดค่าธรรมเนียมเงินโอนจาก 30 เปโซ เหลือเพียงแค่ 1 เปโซ ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มจำนวนธุรกรรมและเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถจ่ายด้วยตนเองได้

2.ผู้ให้บริการทางเงินโดยใช้ระบบบล๊อกเชน อะตาโต้ได้พัฒนาเทคโนโนโลยีบล๊อกเชน รวมถึงสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) และสร้างโทเค็นจำลองเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ

  • เทคโนโลยีบล๊อกเชนเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่าให้บริษัทขึ้นเป็นสิบเท่า โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาสร้างธุรกิจรูปแบบใหม่

3.สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะของประเทศไทย   การออกพันธบัตรบนระบบบล๊อกเชนช่วยให้สามารถออกพันธบัตรในมูลค่าที่ขั้นต่ำจาก 1,000บาท เป็น 1 บาท และเริ่มต้นการซื้อขายได้ที่ 100 บาท  ความสามารถในการออกพันธบัตรและซื้อขายหลักทรัพย์ในมูลค่าที่น้อยลงนี้ ช่วยให้ระบบเข้าถึงผู้ซื้อได้กว้างขึ้น

  • บล๊อกเชนแบ่งค่าใช้จ่ายในการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินด้วยปัจจับ 10 และช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าซื้อขาย

4.บริษัททางการเงินใช้โซลูชั่นของอะตาโต้บนระบบบล๊อคเชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลธุรกรรมภายในของลูกค้า  โครงการนี้จัดทำขึ้นและยังอยู่ในขั้นตอนที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

  • ระบบบล๊อกเชนช่วยเพิ่มผลตอบแทนในการลงทุนได้ภายใน 9 เดือน

ธุรกิจด้านการค้าการเงิน

5.Komgo จาก ConsenSys  แพลตฟอร์มทางการค้าการเงินสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ : Komgo ลดขั้นตอนการจัดทำเอกสารเช่น Letter of Credit ซึ่งเป็นการช่วยลดต้นทุนทางการค้าอย่างมาก     และด้วยมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในการซื้อขายในปีแรก ถือเป็นการเพิ่มความคล่องตัวของกระแสเงินสดประมาณ 30 – 40%

  • มีการลงทุนจำนวน 15 ล้านดอลลาร์บนแพลตฟอร์มบล๊อกเชน เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินงาน 20 – 25%
  1. BCI : ธนาคารทั้ง 22 แห่งในประเทศไทย ทำระบบการออกหนังสือค้ำประกัน (Letter of Guarantee) บนระบบบล๊อกเชนด้วยกัน ทำให้เป็นการลดต้นทุนจำนวนมหาศาลและลดงานเอกสาร   ซึ่งระบบ E-LOG นี้ช่วยให้ทั้งบริษัทขนาดใหญ่และเล็กสามารถเข้าถึงบริการดิจิทัลได้อย่างคุ้มค่า
  • การลงทุนบนระบบบล๊อกเชนด้วยเงินจำนวน 15 ล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายในการจัดทำหนังสือค้ำประกัน 250,000 ฉบับ/ปี ด้วยมูลค่า 22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

  1. Mata Capital : จัดทำ Tokenization ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลของการลงทะเบียนหลักทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์   เริ่มต้นจากการสร้างอาคารมูลค่า 26 ล้านยูโรในปารีส  บล๊อกเชนเป็นตัวช่วยในการออกสินทรัพย์เพื่อการลงทุนในรูปแบบเศษส่วนเพื่อการลงทุนขั้นต่ำ  มันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง
  • บล๊อกเชนจัดสัดส่วนการสมัครสมาชิคกองทุนเริ่มจาก 1 – 1,000ยูโร ซึ่งเป็นการง่ายต่อการเข้าถึงกองทุนเพื่อการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์รายย่อย

ธุรกิจซัพพลายเชน

  1. กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์ไทย (SCG) : โซลูชั่นบล๊อกเชนของ SCG เรียกว่า “แพลตฟอร์มการจัดหาเพื่อการชำระ” (Procure to Pay Platform) เริ่มใช้ในปี 2561 โดยมีซัพพลายเออร์กว่า 240 รายเข้าร่วมแพลตฟอร์มนี้  ซึ่งโซลูชั่นตัวนี้ได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงถึง 70% และช่วยให้การทำงานมีความคล่องตัวขึ้น  กลุ่มปูนซีเมนต์ไทยตั้งเป้าที่จะใช้แพลตฟอร์มนี้กับบริษัทพันธมิตร 2,400รายในปีต่อๆ ไป
  • แพลตฟอร์ม B2P ช่วยลดระบบการจัดซื้อลงโดยรวม 50% หรือ จาก 70 นาทีเหลือเพียง 35 นาทีต่อรอบ ระบบดังกล่าวช่วยลดเวลาในการออกใบแจ้งหนี้และการตรวจสอบ โดยเฉลี่ย 1,600รายการต่อวันลง 56,000นาที

9.Pacifical : การตรวจสอบแบบย้อนกลับในระบบบล๊อกเชน มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบคลอบคลุมตลอดวงจรของการผลิตปลาทูน่า  ด้วยแพลตฟอร์มการติดตามบนระบบบล๊อกเชนที่พัฒนาโดยบริษัท อะตาโต้  แบรนด์ Pacifical และปลาทูน่าอื่นๆ กำลังใช้เทคโนโลยีบล๊อกเชนเพื่อนำเสนอความโปร่งใสในระบบซัพพลายเชน

  • การตรวจสอบแบบย้อนกลับนี้ ถูกนำมาเป็นตัวพิจารณาการให้คะแนนของ NGO ทำให้แบรนด์ถูกจัดอันดับอยู่ในรายงานความยั่งยืนประจำปี
  1. Tradelens : Maerks และอีก 92 บริษัท ใช้แพลตฟอร์มบล๊อกเชนเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถเก็บระบบการทำงานทั้งหมดในรูปแบบดิจิทัล ใบรับรองทุกฉบับ, เอกสารประกอบ และเอกสารอื่นๆ จะถูกเก็บไว้ในบล๊อกเชนเพื่อลดการใช้เวลาในการทำงาน, ขนส่งและการตรวจสอบ
  • แพลตฟอร์มบล๊อกเชนดำเนินการทดสอบการปฎิบัติการในโลจิสติกส์จำนวน 154 ล้านรายการบนโดยใช้เวลาลดลง 40% ซึ่งเป็นการลดต้นทุนจำนวนมาก

หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าบล๊อกเชนจะสามารถช่วยธุรกิจคุณได้อย่างไรบ้าง ติดต่อเราได้ที่ [email protected]