ทำไมประเทศไทยถึงเป็นศูนย์รวมบล็อคเชน

ทำไมประเทศไทยถึงเป็นศูนย์รวมบล็อคเชน

ประเทศไทยมีพื้นภูมิทางด้านการเกษตรและการผลิต  แต่ในขณะเดียวกัน การปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ กลับมีการปรับใช้และเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในวงกว้าง    และในวันนี้เราได้เห็นแรงผลักดันในการใช้เทคโนโลยีบล๊อคเชนสำหรับองค์กรต่างๆ  โดยสามารถกล่าวได้ว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบจากการออกพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2018

จากพระราชกำหนดนี้ รัฐยังมีนโยบายอื่นๆ ที่สรุปไว้ในโครงการ Thailand 4.0 เพื่อผลักดันให้บริษัท และสภาบันต่างๆ ของประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางเทคโทนโลยีบล๊อคเชน แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลทางดิจิทัลในสหราชอาณาจักรมาสักระยะหนึ่ง และยังได้เห็นการก้าวไปสู่การใช้เทคโนโลยีบล๊อคเชน ซึ่งเป็นผลมาจากการออกกฎระเบียบที่ชัดเจนโดย ...    ปัจจุบันมีการเปิดตัวโครงการบล๊อคเชนอย่างกว้างขวาง ทั้งในธุรกิจด้านการเงิน, ซัพพลายเชน, กลุ่มพลังงาน หรือแม้กระทั่งด้านการจัดซื้อจัดจ้าง

รางงานดังกล่าวได้เผยให้เห็นถึงการเติบโต และความแข็งแกร่งในการร่วมมือกันของสถาบันต่างๆ และองค์กรเอกชน ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ  ให้ขยายไปได้เร็วกว่าทางยุโรปหรือ สหรัฐเมริกา

รายชื่อโครงการบล๊อคเชนในประเทศไทย

สถาบันการเงิน :

โครงการอินทนนท์  ธนาคารแห่งประเทศไทยจัดตั้งขึ้นเพื่อการซื้อขายและซื้อคืน

BCI – การออกหนังสอคำประกันกับธนาคาร 22 แห่ง

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเริ่มใข้ดิจิตอลแพลทฟอร์ม

ธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานด้านการเงินของฮ่องกงสกุลเงินดิจิตอลของธนาคารกลาง

CBDC – การโอนเงินระหว่างประเทศ

บริษัทเอกชน :

กลุ่มบริษัททปูนซีเมนต์ไทยแพลตฟอร์มบล๊อคเชนสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง

ปตท. – แพลตฟอร์มบล๊อคเชนด้านพลังงานทดแทน

โตโยต้าลีสซิ่งการออกหุ้นกู้องค์กรบนระบบบล๊อคเชน

บริษัท Longroot – ICO Portal ที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

จากที่ได้กล่าวมาข้างต้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ประเทศไทยจะเป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีบล๊อคเขน เช่น บริษัท Omisego ผู้ให้บริการด้านการชำระเงิน, Loom Network ผู้ให้บริการเกมส์ หรือแม้กระทั่งบริษัท Atato  ผู้ให้บริการบล๊อคเชน  ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มของ Blockchain Ecosystem ในประเทศไทย

การผลักดันให้สกุลเงินดิจิทัลของไทยเป็นที่ยอมรับ :

อุปสรรคหลักๆ ของทุกมุมโลกที่ทำให้เรายังไม่สามารถนำระบบไปใช้หรือต่อยอดได้คือ  กฎระเบียบข้อบังคับและเหรียญที่มีเสถียรภาพ  ทั้งนี้ ประเทศไทยเองมีความก้าวหน้าในระบบบล๊อคเชนระดับองค์กร ซึ่งจะเป็นการปูทางไปสู่การใช้เงินบาทดิจิทัลที่มีเสถียรภาพ

ธนาคารแห่งประเทศไทยและโครงการอินทนนท์ซึ่งอยู่ในระยะที่ 3 กำลังศึกษาวิธีการใช้เงินบาทดิจิทัลที่สามารถควบคุมได้     โดยบล๊อคเชนรายใหญ่ๆ ให้ความเห็นกับเรื่องนี้ว่า มันเป็นความหวังและเป็นการเปิดทางไปสู่การใช้แอพพลิเคชั่น B2C และก้าวไปยัง Blockchain Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบด้วยระบบการชำระเงินและนวัตกรรมทางการเงินที่สำคัญ

ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานบล๊อคเชนสากลของไทยกำลังถูกสร้างขึ้น     บริษัท อะตาโต้ จำกัด ในฐานะผู้ให้บริการบล๊อคเชน  ยินดีและพร้อมให้คำปรึกษาลูกค้าและกลุ่มองค์กรต่างๆ ในการผสานการใช้งานบล๊อคเชนเข้ากับธุรกิจทีมีอยู่       ด้วยกฎระเบียบที่มีอยู่ จะเป็นตัวเอื้อให้องค์กรต่างๆ มีความมั่นใจยิ่งขึ้นที่จะรวมและลงทุนในเทคโนโลยีบล็อคเชน